เทคนิคการใช้งานร่วมกันระหว่างคลื่นอัลตร้าซาวด์และกระแสไฟฟ้าได้ถูกคิดค้นโดย Gierlich ซึ่งเรียกว่า combined therapy โดยเริ่มแรกด้วยการผสมระหว่างคลื่นอัลตร้าซาวด์และกระแสไดอะไดนามิก แต่พบว่าการใช้กระแสไดอะไดนามิกทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อ อันได้แก่ ไม่สามารถใช้ในบริเวณอักเสบเฉียบพลัน เกิดอาการคัน และได้ผลแค่เนื้อเยื่อชั้นตื้นเท่านั้น
      ต่อมา Hoogland ได้คิดค้นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ร่วมกันกระแสอินเตอร์เฟอเรนเชียล แล้วพบว่า ไม่ทำให้เกิดอาการคันบริเวณผิวหนัง รักษาเนื้อเยื่อชั้นลึกได้ สามารถรักษาเนื้อเยื่อทั้งในระยะเฉียบพลันและเรื้อรัง และผู้ป่วยรู้สึกสบายขณะทำการรักษา จึงทำให้เทคนิค combined เป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวาง
ข้อดีของการรักษาด้วยเทคนิค combined
  1. เพิ่มความไวในการรับรู้ของตำแหน่งที่มีอาการปวด ทำให้ใช้ความเข้มในการรักษาน้อย ทำให้ลดอาการระคายเคืองระหว่างการรักษา
  2. ทำให้เกิดการอาการร้าวไปยังบริเวณที่เกี่ยวข้อง
  3. ใช้เวลาสั้น และเห็นผลชัดเจนหลังทำการรักษา
ขั้นตอนการรักษาด้วยเทคนิค combined
  1. การวางขั้ว : แผ่นกระตุ้นไฟฟ้าเป็นขั้วบวก หัวส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์เป็นขั้วลบ ตามรูปที่ 1
  2. การตั้งค่าตัวแปร :
    – คลื่นอัลตร้าซาวด์ ตั้งเป็นแบบช่วง (duty cycle 50%) ใช้ความเข้มตามอาการแสดง
    – กระแสไฟ เลือกกระแสอินเตอร์เฟอเรนเชียล ความถี่ 100 เฮิรตซ์
    – เวลาในการรักษา 5-10 นาที
  3. เปิดความเข้มของคลื่นอัลตร้าซาวด์จนถึงระดับที่ต้องการ จากนั้นเพิ่มความเข้มของกระแสไฟจนผู้ป่วยรู้สึกชา แต่ไม่มีอาการปวด โดยหัวส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ต้องหยุดนิ่งกับที่ตลอดเวลาในการรักษา
Combined therapy
การวางขั้วสำหรับเนื้อเยื่อชั้นลึก
Combined therapy
การวางขั้วสำหรับเนื้อเยื่อชั้นตื้น